Hot news in asia

Hot news in asia

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย(มท.)กล่าวว่า ปัญหาด้านสุขภาพและโรคประจำตัวบางโรค ส่งผลต่อสมรรถนะในการขับรถ ทั้งการมองเห็น การควบคุมรถ และการแก้ไขเหตุฉุกเฉินเฉพาะหน้า โดยเฉพาะหากโรคกำเริบขณะขับรถ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

“เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอเตือน 4 โรค ห้ามขับรถตามลำพัง ได้แก่ 1.โรคหัวใจที่อาจเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดฉับพลัน 2.เบาหวาน ที่ต้องฉีดอินซูลีน เพราะหากน้ำตาลในเลือดต่ำอาจหมดสติ 3.โรคลมชัก ที่กินยาควบคุมอาการไม่ได้ และ4.ผู้ที่เคยผ่าตัดสมอง อาจส่งผลต่อการทรงตัวและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ จึงส่งผลต่อประสิทธิภาพในการขับรถ”นายฉัตรชัย กล่าว ข้อควรปฏิบัติในการขับรถสำหรับผู้มีโรคประจำตัวมีดังนี้ ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย ทั้งการมองเห็น กำลังกล้ามเนื้อการทำงานของแขนและขา ระบบสั่งการของสมอง ความแข็งแรงของกระดูก ประวัติการรับประทานยาและโรคประจำตัวต่างๆ เพื่อพิจารณาสมรรถนะในการขับรถ หากแพทย์ไม่อนุญาต ห้ามขับรถโดยเด็ดขาด ควรนำยารักษาโรคและบัตรประจำตัวผู้ป่วยติดไว้เสมอ พร้อมระบุอาการของโรค วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง และสิ่งที่ไม่ควรทำขณะทำการช่วยเหลือ เพราะหากอาการโรคกำเริบ ผู้พบเห็นจะได้ช่วยเหลือในทันที ไม่ทานยาในช่วงก่อนขับรถ โดยเฉพาะในช่วงที่เปลี่ยนยาหรือปรับขนาดยา เพราะอาจมีผลข้างเคียงให้เกิดอาการง่วงนอน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการขับรถ
“ไม่ขับรถตามลำพัง ควรมีเพื่อนร่วมทางไปด้วยเสมอ หากอาการของโรคกำเริบหรือเกิดเหตุฉุกเฉินในขณะขับรถจะได้มีคนช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ควรใช้บริการรถแท็กซี่ หรือรถโดยสารสาธารณะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้อาการของโรคกำเริบ โดยไม่ดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ ไม่ขับรถระยะทางไกลติดกันเป็นเวลานาน ไม่ขับรถในเส้นทางที่มีสภาพการจราจรติดขัด ทั้งนี้ การขับรถเป็นทักษะที่ต้องใช้การทำงานที่สัมพันธ์กันของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพหรือมีโรคประจำตัวร้ายแรงควรหลีกเลี่ยงการขับรถเด็ดขาดเพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ” อธิบดี ปภ. กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

June 23rd, 2017

Posted In: health news